ข้อผิดพลาดที่ทำให้การทำโฆษณาบน Facebook ไม่ได้ผล

Facebook ในปัจจุบันนั้นเป็นยิ่งกว่า Platform ไปแล้ว เพราะเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียวและเป็น Lifestyle ของผู้บริโภคจำนวนมาก และการทำธุรกิจผ่าน Facebook นั้นกลายเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปที่หลาย ๆ แบรนด์หรือผู้ประกอบการทำกัน

แต่การการทำธุรกิจผ่าน Facebook ให้ดีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งจากการที่ Facebook ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเอง Algorithm ที่เปลี่ยนไป ทำให้การทำโฆษณาบน Facebook นั้นมักจะไม่ได้ผล เสียเงินไปแบบว่าเปล่าประโยชน์ ซึ่งวันนี้เราจะมารู้จักข้อผิดพลาดที่ทุกคนมักจะทำผิดกันเมื่อโฆษณาบน Facebook
1. ไม่เข้าใจและไม่มี Content Strategy
ฉันเคยถามคนทำงานคอนเทนต์ที่ดูแลแบรนด์ ๆ หนึ่งว่ามี Strategy โฆษณาบน Facebook อะไรบ้าง คำตอบที่เขาตอบมาคือ “โพสต์อะไรก็ได้ให้ครบตามจำนวนแล้วไลค์เยอะๆ”
ฟังดูก็ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม? แต่ถ้าคุณลองไปเปิดดู Facebook ของหลายๆ แบรนด์ในตลาดแล้ว คุณอาจจะพบ Strategy โฆษณาบน Facebook ดังกล่าวอยู่ในหลาย ๆ เพจ ทั้งเพจเล็กและเพจใหญ่เลยก็มีอยู่นะ

ในการทำ Content เมื่อโฆษณาบน Facebook นั้น การเลือก Content Strategy ถือเป็นหัวใจสำคัญมาก ๆ สำหรับแต่ละแบรนด์ แต่ดูเหมือนว่าหลาย ๆ คนเองก็ยังไม่ได้เข้าใจหลักข้อนี้เสียเท่าไร นั่นยังไม่รวมไปถึงกระบวนการคิด Content Strategy ให้เป็นแบบ Content Marketing ที่สามารถอธิบายเรื่องคุณภาพของสินค้า เข้าใจในเนื้อหาของสารที่ต้องการจะสื่อออกไป หรือวิธีการที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์ด้วย
ก่อนโพสต์อะไรหรือลงโฆษณาบน Facebook ลองตรวจสอบให้แน่ใจว่าโพสต์นั้นมีเนื้อหาที่น่าสนใจหรือไม่ ภาพประกอบน่าประทับใจ คำบรรยายเหมาะสมและหัวข้อที่โพสต์มันถูกต้องหรือยัง
นอกเหนือจากการดูแลเนื้อหาแล้ว การจัด Fanpage หรือเพจส่วนตัวของคุณยังเป็นปัจจัยให้ผู้อื่นประเมินสินค้าและระดับมืออาชีพของแบรนด์ของคุณเอง ลองนึกภาพแฟนเพจที่เต็มไปด้วยโฆษณา โพสต์สแปมส แล้วใครจะเชื่อในสิ่งที่เพจจะโพสต์อีกหรือไม่? ดังนั้น การดูแลคอนเทนต์ของคุณก็เหมือนการดูแลใบหน้าของคุณบนเฟซบุ๊กนั้นเอง

2. ลงโฆษณาบน Facebook บ่อยเกินไป
ต่อเนื่องจากข้อของ Strategy เมื่อโฆษณาบน Facebook นั่นคือการที่เรามักพบหลาย ๆ เพจทำคอนเทนต์ที่เน้นแต่จะขายของ เน้นจะยัดความเป็นแบรนด์ตัวเองลงไปทั้งนี้เพราะมองว่านี่คือสื่อในมือของตัวเอง จึงควรใช้มันเป็นช่องทางโฆษณาให้มากที่สุด หรือไม่ก็ลงโฆษณาบน Facebook บ่อยเกินไป (ตามวิธีคิดการตลาดแบบแต่ก่อน) 
แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจคือผู้บริโภคเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นน่ะ สิ่งที่พวกเขาสนใจก็คือเรื่องราวเบื้องหลังของแบรนด์ของคุณ มันจะเป็นสิ่งที่พวกเขาจดจำไว้
ถ้าเขารู้สึกว่าการกดไลค์คือการที่เขาต้องมานั่งเห็นโฆษณาขายของ โฆษณาทั้งวันบนพื้นที่ส่วนตัวของเขาแล้ว ผู้บริโภคหลายคนก็คงอยากเบือนหน้าหนี หรือไม่ก็อยาก Unlike เอาได้ง่ายๆ

จำไว้ว่าสิ่งที่คุณต้องการคือมีคนมาซื้อสินค้าของคุณเพราะพวกเขาประทับใจและเชื่อใจในสินค้าของคุณ ในทางธุรกิจไม่มีอะไรล้ำค่าไปกว่าความเชื่อ!
ดังนั้น ควรจัดตารางเวลาให้ลงโฆษณาบน Facebook อย่างเหมาะสม โฆษณาแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้แคมเปญการตลาดของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ละเลยกับความเห็นเชิงลบ และความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ
การทำธุรกิจวันใดวันหนึ่งก็ย่อมเจอกับคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบในสิ่งที่เราทำ หรือบางครั้งสินค้าหรือบริการเราเกิดข้อบกพร่องจนนำไปสู่การตำหนิผ่านโซเชียล มีเดีย ฉะนั้นอย่าปล่อยปะละเลยกับความคิดเห็นเชิงลบต่างๆ จงพยายามพูดคุยการชี้แจง รับฟังทุกปัญหาและหาทางแก้ไขให้ดีที่สุด

ดังนั้นเมื่อมีความเห็นเชิงลบของผู้ติดตามบนหน้าเพจหรือเพจส่วนตัวของคุณ เพียงแค่ลบความคิดเห็นที่เป็นอันตราย เจตนาก่อกวนและความคิดเห็นที่ร้ายแรง ในทางกลับกันความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะดี ๆ ก็อย่ามองข้าม ควรตอบกลับและพูดคุยอย่างเป็นกันเองเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ติดตามรู้สึกดีๆกับตัวเรา
4. โพสต์อย่างไม่สม่ำเสมอ
การโพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แบรนด์หรือเพจของคุณอยู่ในสายตาของกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา และเมื่อลงโฆษณาบน Facebook อาจทำโพสต์นั้น ๆ กลายเป็นโพสต์อันดับต้น ๆ บนหน้าฟีดของผู้เล่นบน Facebook ได้ไม่ยาก หากใครที่กำลังเริ่มวางแผนการโพสต์คอนเทนต์เพื่อลงโฆษณาบน Facebook อาจเริ่มจากการวางแผนแบบรายสัปดาห์ และเปลี่ยนเป็นการวางแผนแบบรายเดือน

Facebook เป็นตลาดที่มีศักยภาพมากๆสำหรับการขายของออนไลน์ จงใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ Facebook จะนำมาเพื่อดำเนินการกลยุทธ์โฆษณาบน Facebook ของคุณเอง เพื่อเอาชนะใจลูกค้า มาเริ่มทำโฆษณาบน Facebook กันตั้งแต่วันนี้เลย
หวังว่าข้อมูลที่ Sapo ให้ไว้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของคุณ ช่วยคุณทำ Marketing Facebook ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น"